หน้าแรก ย้อนกลับ ความสัมพันธ์ทางศิลปวัฒนธรรมระหว่างไทยภาคใต้กับฟิลิปปินส์
ความสัมพันธ์ทางศิลปวัฒนธรรมระหว่างไทยภาคใต้กับฟิลิปปินส์
รศ.ดร.สืบพงศ์ ธรรมชาติ1
ประเทศไทยกับประเทศฟิลิปปินส์เป็นประเทศที่อยู่ไม่ห่างไกลกัน ดังนั้นการไปมาหาสู่กันจึงมีมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่สมัยโบราณมาแล้ว ตั้งแต่ที่ต่างก็ยังไม่ได้มีชื่ออาณาเขตของประเทศว่าประเทศไทย และประเทศฟิลิปปินส์การติดต่อไปมาหาสู่กันของประเทศไทยและประเทศฟิลิปปินส์นั้นส่วนใหญ่จะเป็นภาคใต้ของประเทศไทยกับประเทศฟิลิปปินส์ ทั้งนี้เพราะภาคใต้ของประเทศไทยอยู่ห่างจากประเทศฟิลิปปินส์ไม่มากนัก ส่วนภาคอื่นของประเทศไทยจะมีระยะห่างออกไป และการติดต่อไปมาหาสู่กันสมัยก่อนจะใช้เรือเป็นพาหนะเป็นหลักเพราะต่างก็มีพื้นที่ติดกับทะเล ภาคใต้ของประเทศไทยมีลักษณะทอดยาวลงไปในทะเลเป็นลักษณะคาบสมุทรมีทะเลขนาบอยู่สองข้าง จึงเรียกกันว่า คาบสมุทรไทย บ้างก็เรียกว่าคาบสมุทรสยาม-มลายู ส่วนประเทศฟิลิปปินส์มีพื้นที่เป็นเกาะทั้งหมดจำนวนหลายพันเกาะ ดังนั้นสภาพความเป็นอยู่ การดำรงชีวิตของผู้คน และสภาพภูมิศาสตร์จึงมีความใกล้เคียงกัน อันส่งผลต่อการเกิดของศิลปวัฒนธรรมซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของศิลปะและวัฒนธรรม เป็นศิลปะและวัฒนธรรมหรือวัฒนธรรมที่มีความสวยงาม ความไพเราะ ความชื่นฉ่ำ นำมาซึ่งความสุขทางอารมณ์ความรู้สึกเป็นสำคัญ ส่วนศิลปะและวัฒนธรรมหรือวัฒนธรรมอีกอย่างหนึ่งคือ ชีวิต วัฒนธรรมนั้น เป็นสิ่งที่มีคุณค่าต่อการดำรงชีวิตและการดำเนินชีวิตของบุคคลและสังคม ศิลปวัฒนธรรมของชาวไทยภาคใต้ กับชาวฟิลิปปินส์ที่มีความคล้ายกันและมีลักษณะร่วมกันมีหลายอย่าง ดังจะได้กล่าวบางอย่างต่อไป
1. ศิลปะการแสดง ศิลปะการแสดงเป็นการใช้ร่างกายส่วนต่าง ๆ สื่อให้ผู้อื่นได้เข้าใจความหมายและเกิดอารมณ์ความรู้สึกตามไปด้วย และก่อให้เกิดความสุข สนุกสนาน ตลกขบขัน หรือก่อให้เกิดความเศร้าโศกหรือสงสารก็ได้การที่จะทำให้ผู้อื่นเกิดความรู้สึกหรืออารมณ์สะเทือนใจตามไปได้นั้นก็ต้องขึ้นอยู่กับความคิดสร้างสรรค์อันละเอียดประณีตที่สืบเนื่องมาแต่ภูมิปัญญาที่มีอยู่ของคนและกลุ่มบุคคลนั้น ๆ ศิลปะการแสดงของชาวฟิลิปปินส์ที่มีความคล้ายกันและมีความร่วมกันกับศิลปะการแสดงของไทยภาคใต้มีบางอย่าง ดังนี้
การเล่นหุ่นกระบอกและเล่นละครหุ่นเงา (Puppetry) การเล่นหรือการแสดงหุ่นกระบอกและละครหนังตะลุงเป็นการนำวัสดุกระดาษแข็งหรือหนังสัตว์มาทำเป็นรูปคน สัตว์ และสิ่งต่าง ๆ นำมาแสดงเป็นเรื่องราว เรียกชื่อศิลปะการแสดงนี้ว่า คาริลโล (Carrillo) บ้างก็เรียกว่าละครหุ่นเงาหรือละครหนังตะลุงมีบันทึกไว้ว่าเกิดขึ้นครั้งแรกในปี ค.ศ.1879 ตรงกับ พ.ศ.2422 มีประวัติว่า มีรถลากขนาดเล็กที่เรียกว่า คาริลโล หรือรู้จักกันในชื่อโปไตเป็นภาษาจีน และเรียกว่า คิคิมุท และไตเตีย ในภาษาเสปน (ฟิลิปปินส์ใช้ภาษาสเปนด้วยเพราะสเปนเป็นเจ้าอาณานิคม) ครั้งแรกหุ่นกระบอก หรือละครหนังตะลุงนี้แสดงที่จังหวัดแปมปังกา ในเกาะลูซอนกลาง และต่อมาก็ขยายเขตการแสดงไปในจังหวัดอื่น ๆ และในกรุงมะนิลาเมืองหลวงของฟิลิปปินส์ เรื่องที่นิยมแสดง คือ เรื่องโมโรโมโร เป็นเรื่องราวการรบระหว่างนักรบวีรบุรุษชาวคริสเตียนรบกับชาวมุสลิม และฝ่ายคริสเตียนเป็นฝ่ายชนะ เรื่องราวเป็นไปในแนวตลก นักเล่นหุ่นกระบอกหรือคาริลโลที่เป็นที่รู้จักกันในฟิลิปปินส์ คือ นาวาโรเปอรัลตา (Navarro peralta) การเล่นหนังตะลุงหรือหุ่นกระบอกนี้มีกล่าวไว้ว่า รูปแบบการแสดงได้รับแรงบันดาลใจหรือได้รับอิทธิพลจากโรงละครเงาของยุโรปซึ่งได้รับอิทธิพลโรงละครเงาของเอเชีย การพัฒนาการเล่นหุ่นกระบอก และการเล่นหุ่นเงาหรือละครหนังตะลุง มีมาตามลำดับ และเป็นที่นิยมกันมากขึ้น เชื่อว่าการเล่นหุ่นกระบอกหรือละครหนังตะลุงนี้คงมีความสัมพันธ์กับการเล่นหนังตะลุงของไทยภาคใต้ซึ่งมีมายาวนานตั้งแต่สมัยอาณาจักรศรีวิชัยในภาคใต้ของประเทศไทย เมื่อมีการติดต่อไปมาหาสู่กันก็มีการถ่ายทอดถ่ายเทความรู้ทางศิลปวัฒนธรรมด้านศิลปะการแสดงหุ่นกระบอกและหุ่นเงาก็เกิดขึ้นติดต่อกันมา แต่พิจารณาจากเวลาที่เกิดขึ้นครั้งแรกในประเทศฟิลิปปินส์จะเห็นได้ว่าเกิดขึ้นในสมัยรัชกาลที่ ๕ สมัยกรุงเทพ มหานครเป็นราชธานีไทย คือ พ.ศ.๒๔๒๒ จึงเชื่อว่าศิลปะการแสดงนี้ได้รับอิทธิพลจากการแสดงหนังตะลุงของชาวไทยภาคใต้ด้วยส่วนหนึ่ง
2.การแต่งกาย
เคบาย่า (Kebaya) เคบาย่าเป็นชุดการแต่งกายที่มีความสวยงามมาก เพิ่งได้รับการขึ้นบัญชีมรดกโลกประเภทวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ (Untangible Culture) เมื่อปี พ.ศ.2567 ด้วยการขึ้นเป็นมรดกโลกร่วมกันของ 6 ประเทศ คือ ไทย ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย สิงคโปร์ บรูไน และอินโดนีเซีย ทั้งนี้เพราะการแต่งกายแบบชุดเคบายานั้นมีอยู่ในประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ใน 6 ประเทศนี้ เคบายาหรือชุดเกอบายา (ภาษามลายู และอินโดนีเซีย) เป็นชุดแต่งกายของวัฒนธรรมเปอรานากัน (Peranakun) เชื้อผสานผสม ชวา มลายู จีน และไทยสยาม การแต่งกายชุดเคบายาจะมีความสวยงามมาก เสื้อที่สวมตัดจากผ้าบางที่มีลายแบบลายฉลุดอกไม้ ลายกนกมีลวดลายแขนยาว มีบางส่วนจะมองเห็นผิวพรรณ และมีเครื่องประดับสิ่งมีค่าทั้งที่คอ หู และแขน ส่วนล่างนุ่งผ้าปาเต๊ะที่เป็นดอกลวดลายต่าง ๆ สวยงามในประเทศฟิลิปปินส์มีสตรีแต่งกายด้วยชุดเคบายาให้ได้เห็นกันโดยทั่วไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีงานพิธีสำคัญและประเพณี โดยเฉพาะในประเพณีแต่งงาน เจ้าสาวจะแต่งชุดเคบายาที่สวยงามเป็นพิเศษมีสิ่งมีค่าประดับในการแต่งกาย ทำให้มีความสวยงามโดดเด่นยิ่งขึ้นไปอีก ในภาคใต้ของประเทศไทยที่นิยมแต่งชุดเคบายากันมาก คือ ระนอง ตรัง พังงา ภูเก็ต กระบี่ และสตูล นอกจากนี้มีอยู่บ้างในจังหวัดฝั่งทะเลตะวันออก พัทลุง นครศรีธรรมราช สงขลา ยะลา นราธิวาส และปัตตานี การแต่งกายชุดเคบายาจึงเป็นศิลปวัฒนธรรมร่วมที่มีความเหมือนกันของชาวไทยภาคใต้และชาวฟิลิปปินส์
ศิลปวัฒนธรรม เป็นวัฒนธรรมหรือศิลปะและวัฒนธรรมที่ทำให้เกิดความสุขใจ สุขกาย และรู้สึกสดชื่นเมื่อได้เห็นได้สัมผัส ทั้งไทยและฟิลิปปินส์ต่างก็มีศิลปวัฒนธรรมดังกล่าวนี้อยู่มากซึ่งเป็นสิ่งที่แสดงถึงความเฉลียวฉลาดของชนชาติพันธุ์ไทยและฟิลิปปินส์ในการคิดสร้างสรรค์ให้เกิดภูมิปัญญาเหล่านี้ และมีการถ่ายทอด สร้างสรรค์พัฒนาออกมาในการก่อให้เกิดพลังสุนทรียะหรือซอฟต์พาวเวอร์ (Soft Power) ซึ่งส่งผลดีต่อบุคคล สังคม และประเทศชาติ อีกทั้งยังส่งผลดีต่อเศรษฐกิจของประเทศอีกด้วย
1นักวิชาการอิสระ
แชร์ 87 ผู้ชม